World of Warcraft เกมออนไลน์อันดับ 1 ทั่วโลก
BBC เสนอแค่รายละเอียด ข้อมูลปลีกย่อย และบทสัมภาษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พอผมดูเสร็จก็รู้สึกว่า อืมมนั่นสิ ทำไมนะเด็กถึงได้ติดเกมขนาดนั้น ไอ่เราเองก็เป็นคนเล่นเกมเหมือนกัน บางครั้งก้อยอมรับว่ารู้สึกติด แต่ก็ไม่ได้ถึงกับติดขนาดไม่กินข้าวปลาอาหาร หรือนั่งเล่นกันเป็นวัน ๆ พอมาลองนั่งคิดเล่น ๆ ว่าอะไรทำให้เกมมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจขนาดนั้น หลังจากประมวลวิเคราะห์แล้วก้อพบว่า
ติดเกมแล้วมันก้อเปลืองตังอย่างนี้นี่เอง (สังเกตปริมาณขวดโค้กบนโต๊ะ)
สามารถทำในสิ่งที่ชีวิตจริงไม่สามารถตอบสนองเค้าได้ หรือตอบสนองได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเกมที่มีการพัฒนาของตัวละครเช่นเกม RPG (Role Playing Game) ที่มีพัฒนาการของตัวละครอย่างต่อเนื่อง ตามบทหรือเวลาที่เปลี่ยนไปเด็กจะอินกับเกมมาก เพราะสามารถเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ตัวละครเก่งเว่อร์ ๆ จนตัวละครในเกม สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากเกินกำลังได้ หรือสามารถพิชิตสิ่งที่เป็นปมในจิตใจของตัวเองได้ภายในเกม เช่น ในชีวิตจริงอาจจะเรียนไม่เก่งแต่ถ้าเป็นในเกมแล้ว เขากลายเป็นนักรบที่เก่งกาจ สามารถพิชิตศัตรูได้ราบคาบ พัฒนาการของเด็กอาจจะเป็นไปอย่างช้า ๆใช้เวลาและความพยายามอยู่หลายปี แต่สำหรับเกมแล้ว เด็กจะเห็นตัวละครหรือฝีมือของเค้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แถมยังสามารถสังเกตได้อย่างเด่นชัดถึงขนาดวัดได้เป็นตัวเลขเลยทีเดียว
บทบาทที่ได้รับในเกม ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญอีกอย่างนึง สำหรับเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว การที่จะต้องออกไปพูดหน้าชั้นอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาหรือการที่จะต้องนำกิจกรรมใด ๆ ในโลกภายนอกมันช่างลำบากอะไรเช่นนี้เมื่อเทียบกับที่เค้าเป็นในเกมแล้ว การนำทัพอัศวินบุกเข้าโจมตีฝูงสัตว์ประหลาดนับหมื่น ยังง่ายกว่าเป็นไหน ๆ แถมเท่กว่าอีกตะหาก เกมแต่ละเกมที่เด็กเล่นแล้วติดสามารถสะท้อนถึงบทบาทที่เค้าอยากเป็นได้ดี ว่าที่เค้าติดเกมนั้น ๆ เค้าอยากเป็นบทบาทไหน การเปรียบเทียบบทบาทของตัวเอง กับบทบาทที่เพื่อนของเค้าได้รับ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง พบมากในเกมที่มีการจัดอันดับ มี rank ทั้งทางตรงและทางอ้อมทางตรงนี่มองง่ายหน่อยครับ เช่น เกมรถแข่ง ก็จะมีอันดับการเข้าวิน ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นต้น เกม Special Force ที่มีการจัดอันดับการฆ่า ใครฆ่าคนอื่นได้มาก ก็จะอยู่ rank ที่ 1 ฆ่าได้น้อยก็จะลดหลั่นกันไป

ภาพล้อเลียนแสดงถึงการสวมบทบาทนอกเกม
ส่วนทางอ้อมก็เช่น การมีทรัพย์สิน มีเงินจำนวนมาก มีไอเทมดี ๆ ใช้ มีของหายาก ราคาแพงใส่ ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่เล่นเกมด้วยกันไม่มีผมเคยอ่านข่าวหน้า 1 ไทยรัฐ ที่มีคนอุตส่าห์ยอมเสียเงินจำนวน 4.5 หมื่นบาท .... ย้ำ 45,000 บาท เงินจริงนะครับ เพื่อซื้อโล่ในเกม ragnarok online เพียงอันเดียว อารมณ์ว่า ใครใช้โล่อันนี้แล้ว จะทำให้เก่งขึ้นมาก เท่ขึ้นมากการมีของประดับหายากราคาแพง หรือมีทรัพย์สินจำนวนมากในเกมนั้น ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกเดียวกันที่เกิดขึ้นภายในชีวิตจริงการเป็นคนรวยไม่ว่าจะที่ไหน ย่อมดีกว่าอยู่วันยังค่ำ เพราะมันเป็นการยกระดับของตัวเอง ให้มีบทบาทมากขึ้นในสังคมเกมนั่นเอง บทบาทที่ได้รับในเกมนี้เอง บางครั้ง จะเป็นนิสัยที่ติดตัวออกไปสู่โลกภายนอก เช่น กรณีของข่าวที่ว่า เด็กที่เล่นเกม Counter Strike แล้วมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวรุนแรงขึ้น เพราะติดกับภาพการเข่นฆ่ากันในเกม หรือเด็กที่หมกมุ่นอยู่กับเกม Grand Theft Auto (GTA) มาก ๆ มีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น เพราะได้รับบทบาทการเป็นมาเฟียเถื่อนในเกมนั่นเอง
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ในเมื่อชีวิตจริงผลตอบแทนที่ได้รับมันได้มายาก / ไม่ได้รับผลตอบแทน / มีคุณค่าทางจิตใจต่ำเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความยากง่ายของการได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับในเกมแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้อาจจะมองว่าสิ่งที่ได้มาภายในเกม มันมีความสำคัญมากกว่าเป็นไหน ๆ เช่นเกมโปเกม่อน (Pokemon) เกมนี้เป็นเกมที่จะต้องมีการจับสัตว์ประหลาดที่วิ่ง ๆ อยู่ภายในเกม สัตว์แต่ละตัวจะจับยากง่ายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถของสัตว์แต่ละตัว การที่เด็กได้สัตว์ที่มีความสามารถสูง ๆ มาครอบครองนั้น เทียบอารมณ์ได้กับ การถูก lottery รางวัลที่ 1 ของผู้ใหญ่เลยทีเดียว เด็กอาจจะอารมณ์ดี นั่งหัวเราะได้ทั้งวัน หรือในทางกลับกัน อาจจะอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก กับการสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญของตัวเองไป เหมือนเวลาที่ผู้ใหญ่คนเดิม ทำ lottery ใบที่ว่า ปลิวตกท่อไปนั่นแหล่ะครับ อารมณ์เดียวกัน

Pokemon เกมที่โด่งดังในหมู่เด็ก ๆ อีกเกมหนึ่ง
ส่วนสาเหตุที่สำคัญสาเหตุสุดท้ายคือ ความสัมพันธ์ในเกม ปัจจุบันเกม RPG นี้พัฒนาไปจนสามารถเล่น online กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทาง internet ได้ทีละพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก (MMO-RPG : Massively Multiplayer Online RPG) หรือที่เรียกกันติดปากว่า เกมออนไลน์ เช่นเกมที่มีชื่อเสียงอย่าง Ragnarok Online, Lineage และ World of Warcraft เป็นต้น เกมประเภทนี้ จะมีผู้เล่นที่เป็นคนจริง ๆ จากที่ต่าง ๆ กันเข้ามาเล่นด้วยทีละเยอะ ๆ ทำให้ตัวเกมเอง เกิดระดับความสัมพันธ์เป็นสังคมขึ้นมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไอเทม เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นกลุ่มก้อน เป็นพรรคพวกกัน
เด็กบางคนมีมนุษยสัมพันธ์ลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับบุคคลภายนอก แต่ในเกมแล้ว เค้าคือคนที่ได้รับความยอมรับ นับหน้าถือตามากที่สุดคนนึงหรือ เด็กผู้หญิงบางคนอาจจะขี้อายเกินกว่าจะบอกรักผู้ชายในชีวิตจริงได้ แต่สามารถทำได้โดยง่ายในเกมออนไลน์ ในขณะที่บางคนยังไม่มีเคยแฟนด้วยซ้ำ แต่ตัวละครในเกมของเขาก็แต่งงานกับตัวละครอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ความสัมพันธ์อย่างหลวม ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในตอนแรก สามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วกว่าความสัมพันธ์นอกเกมอย่างเห็นได้ชัด เพราะจุดมุ่งหมายในเกมที่ไปในทางเดียวกัน (การล่ามอนสเตอร์ระดับ boss / หาของหายาก (rare item) / เก็บเลเวลพัฒนาตัวละคร) และข้อจำกัดทางสัมคมที่น้อยกว่าชีวิตจริงมากเรื่องของการติดแชท ก็จัดอยู่ในข่ายนี้ เหมือน ๆ กัน ครับ

ความน่ารักและ Community ที่พบได้ในเกม Ragnarok Online
เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้า ก็จะทำให้เด็กติดเกมจนเลิกไม่ได้ไปในที่สุด
2. บทบาทที่ได้รับในสังคม
3. ผลตอบแทนและรางวัล
4. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและครอบครัว
อุปสรรคในชีวิตต้องชี้ให้เด็กรู้จักมองอุปสรรคในชีวิตว่า มันไม่ได้ยากเกินไปเลยที่จะผ่านมันไปได้ เด็กติดเกม เพราะเกมทำตัวละครของเด็กให้เก่งเกินจริงจนข้ามอุปสรรคยาก ๆ ไปได้ แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถพัฒนาให้เด็กเก่งเกินจริงแบบนั้นได้สิ่งที่เราทำได้น่าจะเป็น ย่ออุปสรรคออกมาให้ดูเล็กลง หรือ แตกอุปสรรคออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่านมันไปทีละชิ้นเราเคยทำงานใหญ่ ๆ ยาก ๆ ชิ้นเดียว แล้วไม่ผ่านซักทีไหมครับ เราจะรู้สึกท้อเป็นอย่างมากว่า ทำไมมันไม่ผ่านซะทีแต่ถ้าเป็นงานที่เราทำได้ไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละน้อย ถึงแม้จะต้องทำเยอะ แต่เราก็ยังมีกำลังใจว่าอย่างน้อย งานเราก็คืบหน้าพัฒนาไปเรื่อย ๆ จริงมั้ยครับ เด็กก็คิดแบบนี้เหมือนกัน การที่จะเรียนให้มันได้เกรด 4 จากเดิมเกรด 2 ภายใน 1 เทอม คงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าพ่อแม่รู้จักตั้งอุปสรรคใหม่ให้เป็น ได้เกรด 4 ภายในป.6 ส่วนตอนนี้เอาแค่เกรด 2.2 ก็พอใจแล้ว แบบนี้ จะทำให้อุปสรรคดูเล็กลง เมื่อเด็กผ่านไปได้ ก็จะรับรู้ถึงพัฒนาการของตัวเองได้ และจะมีกำลังใจมากขึ้นอีกด้วย

บทบาท และหน้าที่ของตัวละครแต่ละตัวในเกม Lineage 2
บทบาทที่ได้รับในสังคมสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ คือต้องสร้างตัวตน และพื้นที่ให้เค้ายืนในชีวิตจริงได้ อย่างน้อยเค้าก้อควรจะรับรู้ว่าการเป็นหัวหน้ากองอัศวินในเกมมันเท่น้อยกว่าการเป็นหัวหน้าห้องเป็นไหน ๆ อย่าปล่อยให้เด็กเคว้ง ไม่รู้จุดยืนของตัวเองหรือมีปมด้อยกับบทบาทที่ตัวเองได้รับ เช่นในระดับครอบครัว หากคนไหนเป็นพี่คนโต ก็ควรจะได้รับรู้ว่า พี่คนโต มีบทบาทหน้าที่อะไร มีอำนาจหน้าที่แค่ไหน หรือถ้าเป็นน้องคนกลาง คนเล็ก ก็ควรจจะรู้ว่า เค้ามีอำนาจหน้าที่เรื่องใดแค่ไหนเช่นกัน ในระดับเพื่อนฝูง ผู้ปกครองควรจะสนิทกับเด็กในระดับที่ว่า รู้ว่าลูกหลานของเรามีบทบาทอย่างไรในกลุ่มเพื่อนของเขา เป็นหัวโจกนำแก๊งรึเปล่า หรือเป็นเบ๊ ลูกกระจ๊อก ลูกไล่ในกลุ่ม มีความแตกต่างหรือ เหลื่อมล้ำระหว่างบทบาทที่ได้มาหรือเปล่า ความรวย-จน ฉลาด-โง่ ผิด-ถูก active-passive คนดี-คนเลว ความ popular เหล่านี้ล้วนนับอยู่ในข่ายทั้งนั้นครับ
ผลตอบแทนและรางวัลต้องชี้ให้เด็กเห็นว่า ผลตอบแทนที่เค้าจะได้รับในชีวิตจริง ที่เป็น "รูปธรรม" เป็นอย่างไร ย้ำนะครับว่า "รูปธรรม" คือสิ่งที่เด็กต้องจับต้องได้โดยทันที ไม่ต้องมีการวิเคราะห์อะไรลึกซึ้งมากนัก เช่น ถ้าบอกว่า ตั้งใจเรียนสิ จะได้เรียนเก่ง ๆ อย่างนี้ถือว่าเป็นนามธรรมนะครับ เพราะเด็กก็ไม่รู้คุณค่าของการเรียนเก่งอยู่ดี ไม่รู้ว่า เรียนเก่งแล้วจะได้อะไร ซึ่งในเกมนั้น เด็กจะได้ผลตอบแทนที่ชัดเจน จับต้องได้ มีคุณค่าของการได้มาสูง เราจะต้องหาผลตอบแทนแบบนี้ในชีวิตจริงให้กับเด็กให้ได้ และต้องชี้ให้เค้าเห็น (อย่างเนียน ๆ) ว่ารางวัลในเกมนั้น มันไม่ใช่ของจริง มันไม่มีอยู่จริง เมื่อเกมจบไปแล้วรางวัลเหล่านั้นมันก็หายไป รางวัลที่ได้ในชีวิตจริงสิ ของแท้แน่นอน มันได้มาจริงและอยู่กับเรา ติดตัวเราตลอดไป เมื่อใดที่เรามี รางวัลที่จับต้องได้ และมีคุณค่าของการได้มา มากกว่าที่เค้าได้รับจากในเกมแล้ว ถือว่าปมข้อนี้ ก้อเครียร์ไปครับ

Rare Item ของเกม Lineage 2 อาจจะสำคัญมากสำหรับบางคน
ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก และสลับซับซ้อนมาก เพราะเกี่ยวเนื่องกับพื้นฐานการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม เป็นการยากที่จะบอกว่าต้องทำอย่างไร เด็กถึงจะมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ดี เพราะขึ้นอยู่กับตัวเด็ก ครอบครัว และเพื่อนฝูงเป็นส่วนใหญ่แต่จะบอกได้คำเดียวว่า เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เด็กรู้สึกว่า คุยกับคนในเกมแล้วปลอดภัยกว่า กล้าเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองกับคนในเกมมากกว่า ปรึกษาได้มากกว่า เข้าใจมากกว่า มีตัวตนมากกว่า คนในเกมยอมรับนับถือมากกว่า เชื่อใจมากกว่าที่เค้ามี ความรู้สึกแบบนี้ให้กับพ่อแม่ ครูอาจารย์และคนครอบครัวแล้วหล่ะก็ รับรองได้เลยครับ ว่า เด็กจะหมกตัวอยู่แต่ในโลกแห่งเกมชัวร์ ๆ เพราะตัวตนของเค้า อยู่ในนั้น สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องทำให้เค้ารู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้น ในโลกภายนอกมากกว่าภายในเกม อย่างน้อย ถ้าเค้าจะเล่นเกมจริง ๆ ก็ควรจะเป็นเกมที่นั่งล้อมวงเล่นกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัวพร้อมกันเป็นหมู่คณะครับ
Keyboard ที่ออกแบบมาให้เอาไว้ใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ แล้วจะไม่ให้ติดได้อย่างไร
สุดท้ายแล้ว จริง ๆ แล้วเกมไม่ได้เป็นสิ่งผิดแต่อย่างใด หลายครั้งเกมกลับเป็นตัวสร้างเสริมประสบการณ์เหมือนจริงได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป ถ้าเรากลัวว่า เด็กจะติดเกมเกินไป ผมว่าเราลองเปลี่ยนมุมใหม่มาเล่นเกมกับเด็กเลยเป็นไงครับ บอกเค้าว่า เล่นได้ แต่ต้องเล่นกับ พ่อ/พี่/ลุง/ป้า/น้า/อา เท่านั้น ห้ามเล่นเองคนเดียวเด็ดขาด วิธีนี้ นอกจากเราจะได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดของเราไปในตัวอีกตะหาก ยิงนกตัวเดียวด้วยปืนสองนัดจริง ๆ
