2007/Jun/06

เมื่อหลายปีก่อนเคยนั่งดู BBC อยู่ ตอนนั้น BBC กำลังเสนอสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับเด็กที่ติดเกมอย่างหนัก ซึ่งเกมที่ว่านี้คือ World of Warcraft (WoW) ที่โด่งดังและเป็นเกมที่มียอดสมาชิกเล่นมากอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันเค้าเสนอมุมองหลายมุม ที่เน้นเป็นพิเศษคือ ข้อเสียและโทษของการติดเกมอย่างหนัก แต่สุดท้ายแล้ว สกู๊ปที่ BBC ทำ ก็ไม่ได้เสนอมุมมองว่า อะไรที่ทำให้เด็กสามารถเล่นเกมออนไลน์ได้ 10-15 ชั่วโมงติดต่อกัน ทุก ๆ วันเป็นเวลาหลายปี


World of Warcraft เกมออนไลน์อันดับ 1 ทั่วโลก

BBC เสนอแค่รายละเอียด ข้อมูลปลีกย่อย และบทสัมภาษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พอผมดูเสร็จก็รู้สึกว่า อืมมนั่นสิ ทำไมนะเด็กถึงได้ติดเกมขนาดนั้น ไอ่เราเองก็เป็นคนเล่นเกมเหมือนกัน บางครั้งก้อยอมรับว่ารู้สึกติด แต่ก็ไม่ได้ถึงกับติดขนาดไม่กินข้าวปลาอาหาร หรือนั่งเล่นกันเป็นวัน ๆ พอมาลองนั่งคิดเล่น ๆ ว่าอะไรทำให้เกมมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจขนาดนั้น หลังจากประมวลวิเคราะห์แล้วก้อพบว่า


ติดเกมแล้วมันก้อเปลืองตังอย่างนี้นี่เอง (สังเกตปริมาณขวดโค้กบนโต๊ะ)

เมื่ออยู่ในเกม เด็กสามารถที่จะพัฒนาตัวละครในแบบที่เค้าเป็น หรืออยากให้เป็นได้ง่ายกว่าในชีวิตจริง
สามารถทำในสิ่งที่ชีวิตจริงไม่สามารถตอบสนองเค้าได้ หรือตอบสนองได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเกมที่มีการพัฒนาของตัวละครเช่นเกม RPG (Role Playing Game) ที่มีพัฒนาการของตัวละครอย่างต่อเนื่อง ตามบทหรือเวลาที่เปลี่ยนไปเด็กจะอินกับเกมมาก เพราะสามารถเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ตัวละครเก่งเว่อร์ ๆ จนตัวละครในเกม
สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากเกินกำลังได้ หรือสามารถพิชิตสิ่งที่เป็นปมในจิตใจของตัวเองได้ภายในเกม เช่น ในชีวิตจริงอาจจะเรียนไม่เก่งแต่ถ้าเป็นในเกมแล้ว เขากลายเป็นนักรบที่เก่งกาจ สามารถพิชิตศัตรูได้ราบคาบ พัฒนาการของเด็กอาจจะเป็นไปอย่างช้า ๆใช้เวลาและความพยายามอยู่หลายปี แต่สำหรับเกมแล้ว เด็กจะเห็นตัวละครหรือฝีมือของเค้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แถมยังสามารถสังเกตได้อย่างเด่นชัดถึงขนาดวัดได้เป็นตัวเลขเลยทีเดียว

บทบาทที่ได้รับในเกม ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญอีกอย่างนึง สำหรับเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว การที่จะต้องออกไปพูดหน้าชั้นอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาหรือการที่จะต้องนำกิจกรรมใด ๆ ในโลกภายนอกมันช่างลำบากอะไรเช่นนี้เมื่อเทียบกับที่เค้าเป็นในเกมแล้ว การนำทัพอัศวินบุกเข้าโจมตีฝูงสัตว์ประหลาดนับหมื่น ยังง่ายกว่าเป็นไหน ๆ แถมเท่กว่าอีกตะหาก เกมแต่ละเกมที่เด็กเล่นแล้วติดสามารถสะท้อนถึงบทบาทที่เค้าอยากเป็นได้ดี ว่าที่เค้าติดเกมนั้น ๆ เค้าอยากเป็นบทบาทไหน การเปรียบเทียบบทบาทของตัวเอง กับบทบาทที่เพื่อนของเค้าได้รับ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง พบมากในเกมที่มีการจัดอันดับ มี rank ทั้งทางตรงและทางอ้อมทางตรงนี่มองง่ายหน่อยครับ เช่น เกมรถแข่ง ก็จะมีอันดับการเข้าวิน ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นต้น เกม Special Force ที่มีการจัดอันดับการฆ่า ใครฆ่าคนอื่นได้มาก ก็จะอยู่ rank ที่ 1 ฆ่าได้น้อยก็จะลดหลั่นกันไป


ภาพล้อเลียนแสดงถึงการสวมบทบาทนอกเกม

ส่วนทางอ้อมก็เช่น การมีทรัพย์สิน มีเงินจำนวนมาก มีไอเทมดี ๆ ใช้ มีของหายาก ราคาแพงใส่ ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่เล่นเกมด้วยกันไม่มีผมเคยอ่านข่าวหน้า 1 ไทยรัฐ ที่มีคนอุตส่าห์ยอมเสียเงินจำนวน 4.5 หมื่นบาท .... ย้ำ 45,000 บาท เงินจริงนะครับ เพื่อซื้อโล่ในเกม ragnarok online เพียงอันเดียว อารมณ์ว่า ใครใช้โล่อันนี้แล้ว จะทำให้เก่งขึ้นมาก เท่ขึ้นมากการมีของประดับหายากราคาแพง หรือมีทรัพย์สินจำนวนมากในเกมนั้น ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกเดียวกันที่เกิดขึ้นภายในชีวิตจริงการเป็นคนรวยไม่ว่าจะที่ไหน ย่อมดีกว่าอยู่วันยังค่ำ เพราะมันเป็นการยกระดับของตัวเอง ให้มีบทบาทมากขึ้นในสังคมเกมนั่นเอง บทบาทที่ได้รับในเกมนี้เอง บางครั้ง จะเป็นนิสัยที่ติดตัวออกไปสู่โลกภายนอก เช่น กรณีของข่าวที่ว่า เด็กที่เล่นเกม Counter Strike แล้วมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวรุนแรงขึ้น เพราะติดกับภาพการเข่นฆ่ากันในเกม หรือเด็กที่หมกมุ่นอยู่กับเกม Grand Theft Auto (GTA) มาก ๆ มีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น เพราะได้รับบทบาทการเป็นมาเฟียเถื่อนในเกมนั่นเอง

ผลตอบแทนที่ได้รับในเกม
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ในเมื่อชีวิตจริงผลตอบแทนที่ได้รับมันได้มายาก / ไม่ได้รับผลตอบแทน / มีคุณค่าทางจิตใจต่ำเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความยากง่ายของการได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับในเกมแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้อาจจะมองว่าสิ่งที่ได้มาภายในเกม มันมีความสำคัญมากกว่าเป็นไหน ๆ เช่นเกมโปเกม่อน (Pokemon) เกมนี้เป็นเกมที่จะต้องมีการจับสัตว์ประหลาดที่วิ่ง ๆ อยู่ภายในเกม สัตว์แต่ละตัวจะจับยากง่ายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถของสัตว์แต่ละตัว การที่เด็กได้สัตว์ที่มีความสามารถสูง ๆ มาครอบครองนั้น เทียบอารมณ์ได้กับ การถูก lottery รางวัลที่ 1 ของผู้ใหญ่เลยทีเดียว เด็กอาจจะอารมณ์ดี นั่งหัวเราะได้ทั้งวัน หรือในทางกลับกัน อาจจะอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก กับการสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญของตัวเองไป เหมือนเวลาที่ผู้ใหญ่คนเดิม ทำ lottery ใบที่ว่า ปลิวตกท่อไปนั่นแหล่ะครับ อารมณ์เดียวกัน




Pokemon เกมที่โด่งดังในหมู่เด็ก ๆ อีกเกมหนึ่ง

ส่วนสาเหตุที่สำคัญสาเหตุสุดท้ายคือ ความสัมพันธ์ในเกม ปัจจุบันเกม RPG นี้พัฒนาไปจนสามารถเล่น online กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทาง internet ได้ทีละพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก (MMO-RPG : Massively Multiplayer Online RPG) หรือที่เรียกกันติดปากว่า เกมออนไลน์ เช่นเกมที่มีชื่อเสียงอย่าง Ragnarok Online, Lineage และ World of Warcraft เป็นต้น เกมประเภทนี้ จะมีผู้เล่นที่เป็นคนจริง ๆ จากที่ต่าง ๆ กันเข้ามาเล่นด้วยทีละเยอะ ๆ ทำให้ตัวเกมเอง เกิดระดับความสัมพันธ์เป็นสังคมขึ้นมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไอเทม เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นกลุ่มก้อน เป็นพรรคพวกกัน
เด็กบางคนมีมนุษยสัมพันธ์ลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับบุคคลภายนอก แต่ในเกมแล้ว เค้าคือคนที่ได้รับความยอมรับ นับหน้าถือตามากที่สุดคนนึงหรือ เด็กผู้หญิงบางคนอาจจะขี้อายเกินกว่าจะบอกรักผู้ชายในชีวิตจริงได้ แต่สามารถทำได้โดยง่ายในเกมออนไลน์ ในขณะที่บางคนยังไม่มีเคยแฟนด้วยซ้ำ แต่ตัวละครในเกมของเขาก็แต่งงานกับตัวละครอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ความสัมพันธ์อย่างหลวม ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในตอนแรก สามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วกว่าความสัมพันธ์นอกเกมอย่างเห็นได้ชัด เพราะจุดมุ่งหมายในเกมที่ไปในทางเดียวกัน (การล่ามอนสเตอร์ระดับ boss / หาของหายาก (rare item) / เก็บเลเวลพัฒนาตัวละคร) และข้อจำกัดทางสัมคมที่น้อยกว่าชีวิตจริงมากเรื่องของการติดแชท ก็จัดอยู่ในข่ายนี้ เหมือน ๆ กัน ครับ


ความน่ารักและ Community ที่พบได้ในเกม Ragnarok Online

แน่นอนที่สุดว่า ของทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี การที่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับบทบาทในเกมมากไปย่อยไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน การควบคุมตัวละคร หรือเนื้อเรื่องในเกม ย่อมไม่ยากเท่ากับการควบคุมจิตใจคน หรือสถาณการณ์ในชีวิตจริงการที่เด็กเคยชินกับการควบคุม / สวมบทบาท ง่าย ๆ ภายในเกม เมื่อออกมาสู่โลกแห่งความจริง จะทำให้รับมือกับภาวะภายนอกไม่ได้ เพราะคนไม่ใช่ NPC (Non-Player Character : ตัวละครในเกม) ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เราอาจจะต้องใช้จิตวิทยาสูง สำหรับการคุยกับคนที่มีเลือดเนื้อจริง ๆ ด้วยเหตุนี้ จะทำให้เด็กมี EQ/AQ ต่ำ และอยากจะกลับหวนเข้าไปสวมบทบาทในเกมอีกครั้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้า ก็จะทำให้เด็กติดเกมจนเลิกไม่ได้ไปในที่สุด


ทางแก้ที่เป็นรูปธรรมสำหรับเรื่องนี้ หลัก ๆ ก็คือ เราต้องแก้ปมทั้ง 4 ที่เด็กติดเกมให้ได้ก่อน โดยยังไม่ต้องให้เขาเลิกเล่นเกมการเลิกเล่นเกม ก็เหมือนกับการเลิกบุหรี่ หรือการลดความอ้วนแหล่ะครับ มันทำยาก เราพบว่าบางครั้งเรายังไร้ระเบียบวินัยกับตัวเองเลย แล้วเด็กซึ่งวุฒิภาวะยังต่ำอยู่ มีหรือ จะมีระเบียบวินัยของตัวเองได้ง่าย ๆ ยิ่งเราใช้วิธีการที่รุนแรงเท่าไหร่ ผลลัพธ์ยิ่งออกมาเลวร้ายขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น การถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ในขณะที่เค้าเล่นเกมอยู่ ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ อย่าทำเลยปมทั้ง 4 ที่ว่าก็คือ อันนี้ครับ

1. อุปสรรคที่พิชิตได้ในชีวิตจริง
2. บทบาทที่ได้รับในสังคม
3. ผลตอบแทนและรางวัล
4. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและครอบครัว

อุปสรรคในชีวิต
ต้องชี้ให้เด็กรู้จักมองอุปสรรคในชีวิตว่า มันไม่ได้ยากเกินไปเลยที่จะผ่านมันไปได้ เด็กติดเกม เพราะเกมทำตัวละครของเด็กให้เก่งเกินจริงจนข้ามอุปสรรคยาก ๆ ไปได้ แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถพัฒนาให้เด็กเก่งเกินจริงแบบนั้นได้สิ่งที่เราทำได้น่าจะเป็น ย่ออุปสรรคออกมาให้ดูเล็กลง หรือ แตกอุปสรรคออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่านมันไปทีละชิ้นเราเคยทำงานใหญ่ ๆ ยาก ๆ ชิ้นเดียว แล้วไม่ผ่านซักทีไหมครับ เราจะรู้สึกท้อเป็นอย่างมากว่า ทำไมมันไม่ผ่านซะทีแต่ถ้าเป็นงานที่เราทำได้ไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละน้อย ถึงแม้จะต้องทำเยอะ แต่เราก็ยังมีกำลังใจว่าอย่างน้อย งานเราก็คืบหน้าพัฒนาไปเรื่อย ๆ จริงมั้ยครับ เด็กก็คิดแบบนี้เหมือนกัน การที่จะเรียนให้มันได้เกรด 4 จากเดิมเกรด 2 ภายใน 1 เทอม คงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าพ่อแม่รู้จักตั้งอุปสรรคใหม่ให้เป็น ได้เกรด 4 ภายในป.6 ส่วนตอนนี้เอาแค่เกรด 2.2 ก็พอใจแล้ว แบบนี้ จะทำให้อุปสรรคดูเล็กลง เมื่อเด็กผ่านไปได้ ก็จะรับรู้ถึงพัฒนาการของตัวเองได้ และจะมีกำลังใจมากขึ้นอีกด้วย


บทบาท และหน้าที่ของตัวละครแต่ละตัวในเกม Lineage 2

บทบาทที่ได้รับในสังคม
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ คือต้องสร้างตัวตน และพื้นที่ให้เค้ายืนในชีวิตจริงได้ อย่างน้อยเค้าก้อควรจะรับรู้ว่าการเป็นหัวหน้ากองอัศวินในเกมมันเท่น้อยกว่าการเป็นหัวหน้าห้องเป็นไหน ๆ อย่าปล่อยให้เด็กเคว้ง ไม่รู้จุดยืนของตัวเองหรือมีปมด้อยกับบทบาทที่ตัวเองได้รับ เช่นในระดับครอบครัว หากคนไหนเป็นพี่คนโต ก็ควรจะได้รับรู้ว่า พี่คนโต มีบทบาทหน้าที่อะไร มีอำนาจหน้าที่แค่ไหน หรือถ้าเป็นน้องคนกลาง คนเล็ก ก็ควรจจะรู้ว่า เค้ามีอำนาจหน้าที่เรื่องใดแค่ไหนเช่นกัน ในระดับเพื่อนฝูง ผู้ปกครองควรจะสนิทกับเด็กในระดับที่ว่า รู้ว่าลูกหลานของเรามีบทบาทอย่างไรในกลุ่มเพื่อนของเขา เป็นหัวโจกนำแก๊งรึเปล่า หรือเป็นเบ๊ ลูกกระจ๊อก ลูกไล่ในกลุ่ม มีความแตกต่างหรือ เหลื่อมล้ำระหว่างบทบาทที่ได้มาหรือเปล่า ความรวย-จน ฉลาด-โง่ ผิด-ถูก active-passive คนดี-คนเลว ความ popular เหล่านี้ล้วนนับอยู่ในข่ายทั้งนั้นครับ

ผลตอบแทนและรางวัล
ต้องชี้ให้เด็กเห็นว่า ผลตอบแทนที่เค้าจะได้รับในชีวิตจริง ที่เป็น "รูปธรรม" เป็นอย่างไร ย้ำนะครับว่า "รูปธรรม" คือสิ่งที่เด็กต้องจับต้องได้โดยทันที ไม่ต้องมีการวิเคราะห์อะไรลึกซึ้งมากนัก เช่น ถ้าบอกว่า ตั้งใจเรียนสิ จะได้เรียนเก่ง ๆ อย่างนี้ถือว่าเป็นนามธรรมนะครับ เพราะเด็กก็ไม่รู้คุณค่าของการเรียนเก่งอยู่ดี ไม่รู้ว่า เรียนเก่งแล้วจะได้อะไร ซึ่งในเกมนั้น เด็กจะได้ผลตอบแทนที่ชัดเจน จับต้องได้ มีคุณค่าของการได้มาสูง เราจะต้องหาผลตอบแทนแบบนี้ในชีวิตจริงให้กับเด็กให้ได้ และต้องชี้ให้เค้าเห็น (อย่างเนียน ๆ) ว่ารางวัลในเกมนั้น มันไม่ใช่ของจริง มันไม่มีอยู่จริง เมื่อเกมจบไปแล้วรางวัลเหล่านั้นมันก็หายไป รางวัลที่ได้ในชีวิตจริงสิ ของแท้แน่นอน มันได้มาจริงและอยู่กับเรา ติดตัวเราตลอดไป เมื่อใดที่เรามี รางวัลที่จับต้องได้ และมีคุณค่าของการได้มา มากกว่าที่เค้าได้รับจากในเกมแล้ว ถือว่าปมข้อนี้ ก้อเครียร์ไปครับ


Rare Item ของเกม Lineage 2 อาจจะสำคัญมากสำหรับบางคน

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก และสลับซับซ้อนมาก เพราะเกี่ยวเนื่องกับพื้นฐานการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม เป็นการยากที่จะบอกว่าต้องทำอย่างไร เด็กถึงจะมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ดี เพราะขึ้นอยู่กับตัวเด็ก ครอบครัว และเพื่อนฝูงเป็นส่วนใหญ่แต่จะบอกได้คำเดียวว่า เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เด็กรู้สึกว่า คุยกับคนในเกมแล้วปลอดภัยกว่า กล้าเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองกับคนในเกมมากกว่า ปรึกษาได้มากกว่า เข้าใจมากกว่า มีตัวตนมากกว่า คนในเกมยอมรับนับถือมากกว่า เชื่อใจมากกว่าที่เค้ามี ความรู้สึกแบบนี้ให้กับพ่อแม่ ครูอาจารย์และคนครอบครัวแล้วหล่ะก็ รับรองได้เลยครับ ว่า เด็กจะหมกตัวอยู่แต่ในโลกแห่งเกมชัวร์ ๆ เพราะตัวตนของเค้า อยู่ในนั้น สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องทำให้เค้ารู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้น ในโลกภายนอกมากกว่าภายในเกม อย่างน้อย ถ้าเค้าจะเล่นเกมจริง ๆ ก็ควรจะเป็นเกมที่นั่งล้อมวงเล่นกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัวพร้อมกันเป็นหมู่คณะครับ



Keyboard ที่ออกแบบมาให้เอาไว้ใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ แล้วจะไม่ให้ติดได้อย่างไร

สุดท้ายแล้ว จริง ๆ แล้วเกมไม่ได้เป็นสิ่งผิดแต่อย่างใด หลายครั้งเกมกลับเป็นตัวสร้างเสริมประสบการณ์เหมือนจริงได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป ถ้าเรากลัวว่า เด็กจะติดเกมเกินไป ผมว่าเราลองเปลี่ยนมุมใหม่มาเล่นเกมกับเด็กเลยเป็นไงครับ บอกเค้าว่า เล่นได้ แต่ต้องเล่นกับ พ่อ/พี่/ลุง/ป้า/น้า/อา เท่านั้น ห้ามเล่นเองคนเดียวเด็ดขาด วิธีนี้ นอกจากเราจะได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดของเราไปในตัวอีกตะหาก ยิงนกตัวเดียวด้วยปืนสองนัดจริง ๆ


2007/May/21

พรประเสริฐในวัน HBD
เรื่องราวที่ผมจะเล่าลำดับต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริง บรรยากาศจริง ผมตั้งใจจะเขียนขึ้นหลายวันแหระ
แต่ไม่สบโอกาสสักที เชิญ คับตามผมมาคับ ไม่ต้องเกริ่นกันยาวฮับ
............ ......... ......... ......... ......... ......... ......... ......... .........
ปกติผมจะตื่นแต่เช้าตรูทุกวันไม่ว่าจะเมามายขนาดไหนผมต้องตื่นก่อนไก่โห่ฮาป่าฮิ้ว
หลายอาทิตย์ก่อนเป็นวันเกิดหลานสาววัย 14 ก็เลยชวนน้าเท่ห์ๆ อย่างผมออกมายืนเป็นเพื่อนใส่บาตร
ก็ตระเตรียมอาหารแพคสำเร็จรูป เป็นชุดกิ๊ฟเซท สวยงาม ครบหลักใหญ่ใจความ
ปกติการตักบาตรพระก็จะเดินมาเป็นกลุ่มเป็นก็น ประมาณ 2-3 รูปแถวเรียงหนึ่งเข้ามารับนิมนต์ตักบาตร
............ ......... ......... ......... ......... .
"นิมนต์คับ หลวงพ่อ "
ผมเอื้อนเอ่ยนิมนต์หลวงพ่อ ผสมหลวงพี่ รับบาตร
หลานสาวก็ใส่บาตร ใส่เสร็จหลานสาวก็จะบอกหลวงพ่อว่า
"วันนี้วันเกิดค่ะ"
หลวงพ่อ/หลวงพี่ก็ให้พร ผมก็นั่งคุกเข่า พนมมือรับพรไปกะหลานด้วย
แต่แอบๆนึกในใจ ตรูเกี่ยวไรฟ่ะ?
............ ......... ......... .......
ประเด็นมาเกิดตอน แพ๊คสุดท้ายหลังจากตักบาตรให้หลวงพ่อ
ซึ่งเดินนำหน้าทิ้งช่วงน้องหลวงเณรไปประมาณ 30 เมตร
น้องหลวงเณรวัยสักประมาณ 12-13 ปี เห็นจะได้ ตะแรกก็เดินเลี่ยงเปิดไฟเลี้ยวขวา
ทำท่าจะไม่รับบาตร หลานสาวผมก็
" นิมนต์ค่ะ"
หลวงเณร ตบไฟเลี้ยวซ้ายเบี่ยงเข้ามาชิดริมฟุตบาท หลานสาวผมก็ตักบาตร กิ๊ฟเซท ชุดสุดท้ายเสร็จ พร้อมๆ
กับ
" วันนี้วันเกิดค่ะขอพรด้วยค่ะหลวงเณรค่ะ ?"
ผมยืนอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นสีหน้าน้องหลวงเณร ทำหน้าทำตาแบบบอกบุญไม่รับ
ดูเหมือนจะมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่ใบหน้าเล็กน้อย
............ ......... ......... ......... ......
เอ่อ.....
"คือว่าโยม หลวงเณรเองเพิ่งจะบวชได้ไม่กี่วันเอง
ปกติก็จะเดินรับบาตรติดๆกะอาจารย์ แต่พอดีตะกี้อาจารย์ทิ้งช่วงไปหน่อย
หลวงเณรสวดให้พรยังไม่เป็นคับ!"
อะ.......อะ..... ......เอ่อ......
เอางี้ละกันเพื่อไม่ให้โยมเสียศรัทธาเอาเท่าที่หลวงเณรจะให้ได้น่ะคับโยม
" ค่ะหลวงเณร "
หลานสาวผมตอบพลางพนมมือไหว้รอรับพร ผมก็ย่อตัวลงพนม มือไหว้ รอรับพรเช่นกัน
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
" แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยู
แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยู
แฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์
แฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์
แฮปี้ปปปปปปปปป
ปี๊เบริด์ เดยย์ ทู๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยู!"
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
............ ......... ......
............ ......
.........
ผมอุทานในใจพลางอมยิ้มแก้มตุ่ย เหลือบตาไปมองหลานสาว
หลานสาวก็อึ้งกิมกี่ ขำกิ๊กๆๆ
ยังคับยังไม่จบ ..
น้องหลวงเณร พอร้องเพลงจบ ยังตามด้วย
" วันนี้เป็นวันดีเป็นวันเกิด ขอให้นึกคิดสิ่งใดสมความปรารถนา บลา บลา บลา"
แล้วน้องหลวงเณรก็เดินจีวรปลิว หายไปท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ แห่งเช้าวันใหม่
............ ......... ......
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
มันคือพรที่สุดยอดในวันเกิดหลานป๋มจริงๆคับ ผมสาบานว่าหากน้องหลวงเณรยังไม่สึก
เดือนพฤศจิกา ที่จะถึงเป็นคิวของผม ผมจะขับรถคว้านหาน้องหลวงเณรทุกซอกทุกมุม
ในเช้าวันนั้น และ request พร เวอร์ชั่น HBD นี้เช่นกัน
สาธุ!


ปล. เอามาจาก FWD mail นะครับ

2007/May/09

English - I love you.

Afrikaans - Ek het jou lief.
Albanian - Te dua.
Arabic - Ana behibak (to male)
Arabic - Ana behibek (to female)
Armenian - Yes kez sirumen
Bambara - M'bi fe.
Bangla - Aamee tuma ke bhalo aashi
Belarusian - Ya tabe kahayu.
Bisaya - Nahigugma ako kanimo.
Bulgarian - Obicham te.
Cambodian - Soro lahn nhee ah.
Cantonese Chinese - Ngo oiy ney a.
Catalan - T'estimo.
Cheyenne - Ne mohotatse.
Chichewa - Ndimakukonda.
Corsican - Ti tengu caru (to male).
Creol - Mi aime jou.
Croatian - Volim te.
Czech - Miluji te.
Danish - Jeg Elsker Dig.
Dutch - Ik hou van jou.
Esperanto - Mi amas vin.
Estonian - Ma armastan sind.
Ethiopian - Afgreki'
Faroese - Eg elski teg
Farsi - Doset daram
Filipino - Mahal kita
Finnish - Mina rakastan sinua
French - Je t'aime, Je t'adore
Gaelic - Ta gra agam ort
Georgian - Mikvarhar
German - Ich liebe dich
Greek - S'agapo
Gujarati - Hoo thunay prem karoo choo
Hiligaynon - Palangga ko ikaw
Hawaiian - Aloha wau ia oi
Hebrew - Ani ohev otah (to female)
Hebrew - Ani ohev et otha (to male)
Hiligaynon - Guina higugma ko ikaw
Hindi - Hum Tumhe Pyar Karte hae
Hmong - Kuv hlub koj
Hopi - Nu' umi unangwa'ta
Hungarian - Szeretlek
Icelandic - Eg elska tig
Ilonggo - Palangga ko ikaw
Indonesian - Saya cinta padamu
Inuit - Negligevapse
Irish - Taim i' ngra leat
Italian - Ti amo
Japanese - Aishiteru
Kannada - Naanu ninna preetisuttene
Kapampangan - Kaluguran daka
Kiswahili - Nakupenda
Konkani - Tu magel moga cho
Korean - Sarang Heyo
Latin - Te amo
Latvian - Es tevi miilu
Lebanese - Bahibak
Lithuanian - Tave myliu
Malay - Saya cintakan mu / Aku cinta padamu
Malayalam - Njan Ninne Premikunnu
Mandarin Chinese - Wo ai ni
Marathi - Me tula prem karto
Mohawk - Kanbhik
Moroccan - Ana moajaba bik
Nahuatl - Ni mits neki
Navaho - Ayor anosh'ni
Norwegian - Jeg Elsker Deg
Pandacan - Syota na kita!!
Pangasinan - Inaru Taka
Papiamento - Mi ta stimabo
Persian - Doo-set daaram
Pig Latin - Iay ovlay ouyay
Polish - Kocham Ciebie
Portuguese - Eu te amo
Romanian - Te ubesk
Russian - Ya tebya liubliu
Scot Gaelic - Tha gradh agam ort
Serbian - Volim te
Setswana - Ke a go rata
Sindhi - Maa tokhe pyar kendo ahyan
Sioux - Techihhila
Slovak - Lu`bim ta
Slovenian - Ljubim te
Spanish - Te quiero / Te amo
Swahili - Ninapenda wewe
Swedish - Jag alskar dig
Swiss-German - Ich lieb Di
Tagalog - Mahal kita
Taiwanese - Wa ga ei li
Tahitian - Ua Here Vau Ia Oe
Tamil - Nan unnai kathalikaraen
Telugu - Nenu ninnu premistunnanu
Thai - Chan rak khun (to male)
Thai - Phom rak khun (to female)
Turkish - Seni Seviyorum
Ukrainian - Ya tebe kahayu
Urdu - mai aap say pyaar karta hoo
Vietnamese - Anh ye^u em (to female)
Vietnamese - Em ye^u anh (to male)
Welsh - 'Rwy'n dy garu
Yiddish - Ikh hob dikh
Yoruba - Mo ni fe