2007/Apr/09

"เค้าว่ากันว่าคนขับรถทุกคน ล้วนปากจัด"

ใครที่เคยขับรถกันประจำ ๆ แล้วรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดบ่อยกว่าที่เคยเป็นมั่งรึเปล่าครับ

สำหรับบางคนแล้ว อารมณ์โกรธ โมโห ขี้หงุดหงิด อาจจะพบได้น้อยถึงน้อยมากในระหว่างวันทำงานเพราะว่าอาจจะเป็นคนที่อารมณ์ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือค่อนข้างที่จะ manage อารมณ์ได้เก่งแต่เคยสังเกตกันมั้ยครับ เวลาขับรถบนท้องถนนเนี่ย เราจะอารมณ์หงุดหงิดง่ายกว่าปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารถติด ๆ ด้วยแล้ว ความหงุดหงิดใจร้อนของเรายิ่งทำงานดีผิดปกติ"ทำไมมันขับหยั่งงี้วะ" ... "โง่ป่ะเนี่ย ขับแบบนี้ได้ไง" ... "ทำไมไม่จี้ไปเนี่ย ปล่อยให้แซงอยู่ได้" "X#@!$+!?*#x"...... เราก็อาจจะมีสิทธิเห็นอะไรทำนองนี้ ในเวลาแบบนี้จากผู้หญิงคนไหนที่ปกติเรียบร้อย ๆ ได้เหมือนกันครับเพราะเหตุนี้เองมั้ง จึงเป็นที่มาของวลีที่ว่า "คนขับรถทุกคน ล้วนปากจัดทั้งสิ้น" 5555

มีรายงานจากการวิจัยจากสถาบัน Pond's Institute ว่า สาเหตุหลัก ๆ ที่คนขับรถส่วนใหญ่จะอารมณ์เสียง่ายกว่าปกติเพราะว่า เวลาคนเราขับรถเนี่ย ถ้าขับบ่อย ๆ จนชินแล้ว เราจะติดภาพว่ากำลังของรถเป็นกำลังของเราธรรมดาแล้วเวลาเราทำงานอะไรซักอย่าง เราจะใช้แรงของเรา ออกกำลังในการทำงานใช่มั้ยครับงานอะไรที่เกินกำลังของเราจะทำได้ เราก็จะไม่รู้สึกเดือนร้อนอะไรเวลาเราทำมันไม่ได้ แต่ในกรณีที่เราขับรถเราจะทึกทักไปเองว่า กำลังแรงม้าของรถมันคือแรงม้าของเรา ฉะนั้นการที่รถติดขัดจนเราไม่สามารถสำแดงแรงม้าออกมาได้ จึงทำให้เราหงุดหงิดง่าย เหมือนโดนล๊อคความสามารถไว้ไงครับ

เค้าเรียกกรณีการมีอำนาจนี้ว่า Empowerment (การสร้างพลังอำนาจ) ครับ Empowerment จึงหมายถึง การสร้างพลังอำนาจให้กับตัวเอง ให้รู้สึกถึงความมั่นใจ ความมีคุณค่า มีความสามารถในตัวเอง ในกรณีที่เราขับรถ พลังของรถจะแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของเรา ทำให้เรารู้สึกถึงความสามารถที่มากขึ้น(เช่น การเหยียบคันเร่งที่แรงขึ้น หมายถึงพลังที่จะทะยานไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น) เป็นความรู้สึกอิสระที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรของตนเอง หรือแสดงความรู้สึกอย่างจริงใจได้ เมื่อคนรู้สึกได้รับอำนาจ จะรู้สึกมีชีวิตชีวา และมีความรับผิดชอบ และมีอิสระ ที่จะเลือกสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองได้ เรื่องของ empower นี้ถ้านำไปใช้ในทางที่สร้างสรรค์แล้ว จะเหมาะมากกับคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง คนที่มีปมด้อยและต้องการลบปมด้อยนั้นด้วยการสร้างจุดเด่นด้านอื่นขึ้นมาแทน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของผู้ป่วยพิการครับ เพราะสำหรับคนพิการแล้ว ต้องการความมั่นใจและการมีคุณค่าในตัวเองอย่างมากในการดำรงชีวิตปกติ หรือในการบำบัดให้หายจากภาวะพิการนั้น ๆ ครับ

สำหรับจิตวิทยาข้อเดียวกันนี้ ไป apply ใช้ได้กับคนที่เพิ่งได้รับอำนาจมาใหม่ ๆ หรือมีอำนาจบารมีขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็วได้ด้วยเหมือนกัน คนที่มีอำนาจมาก ก็จะทึกทักไปว่าอำนาจบารมีนั้น เป็นกำลังของตนเป็นพลังวิเศษของตัวเอง จนได้ให้เหลิง หลงตัวเอง และกลายเป็นบ้าอำนาจไปในที่สุด วิธีแก้ปัญหาบ้าอำนาจได้ดีที่สุด คงเป็นการแก้ที่จิตใจล่ะครับ ว่า จะทำยังไงให้เรารู้ว่าพลังอำนาจที่ได้มาแท้จริงแล้วไม่ใช่ของเราเลย

ถ้าใครมีเจ้านายมาบ้าอำนาจใส่แล้วหล่ะก็ เราอย่ายอมนะครับ ... ของแบบนี้แก้กันได้

จงเดินไปเลยครับ เดินไปตบหัวซักป๊าบสองป๊าบให้เข็ดหลาบ .... แล้วตะโกนใส่หน้าเจ้านายว่า

"ขอโทษครับ วันหลังผมจะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้วครับ" ... !!??

อ่าว มะกี๊กรูตบหัวตัวเองนี่หว่า โธ่ ...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เป็นจริงๆ เวลาเจอรถที่ขับแบบโรคจิต
มันเหมือนขัดใจเรา พลอยทำให้
อารมณ์เสียไปเลยทีเดียว .........
#1  by  POP At 2007-04-17 12:03, 
พูดคุยเรื่องรถที่
http://clubrot.com/cars
#2  by  เที่ยวไทย At 2007-09-12 08:43, 

<< Home