:: มุมมองชีวิต ::
ผมเคยอ่านหนังสือของ คุณประภาส ชลศรานนท์ อยู่หลายเล่ม แต่ละเล่มก้อจะมีเรื่องที่ประทับใจสุด ๆ ในเล่มนั้น ๆ อยู่เล่มละเรื่องสองเรื่อง มีเรื่องนึงชอบมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและปัญหา
ขออธิบายก่อนสำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือของคุณประภาส หนังสือของประภาสนี้มีหลายเล่มด้วยกัน
แต่จะมีอยู่ series นึง ที่เป็นการรวบรวมคำถามที่ส่งเข้ามาที่หนังสือพิมพ์มติชน ถามคุณประภาสในคอลัมน์
คุยกับประภาส ทุก ๆ อาทิตย์ เมื่อได้ปริมาณจำนวนนึงแล้ว เค้าก้อจะเลือกเอาเรื่องเด็ด ๆ มารวมเล่มทำเป็น
pocket book ออกวางจำหน่าย ใครที่เคยได้อ่านเล่มนึงแล้ว ผมเชื่อว่า ต้องไปตามหาซื้อมาอ่านกันทั้งชุดเป็นแน่
เพราะนอกจากจะได้ข้อคิดดี ๆ แล้วเนี่ย ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับเราในหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ มุมอีกด้วย
แต่จะมีอยู่ series นึง ที่เป็นการรวบรวมคำถามที่ส่งเข้ามาที่หนังสือพิมพ์มติชน ถามคุณประภาสในคอลัมน์
คุยกับประภาส ทุก ๆ อาทิตย์ เมื่อได้ปริมาณจำนวนนึงแล้ว เค้าก้อจะเลือกเอาเรื่องเด็ด ๆ มารวมเล่มทำเป็น
pocket book ออกวางจำหน่าย ใครที่เคยได้อ่านเล่มนึงแล้ว ผมเชื่อว่า ต้องไปตามหาซื้อมาอ่านกันทั้งชุดเป็นแน่
เพราะนอกจากจะได้ข้อคิดดี ๆ แล้วเนี่ย ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับเราในหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ มุมอีกด้วย



ผลงานส่วนหนึ่งของคุณประภาส ชลศรานนท์
ก่อนที่จะโฆษณามากไปกว่านี้ กลับมาสู่เรื่องที่อยากเอามาเล่าให้ฟังก่อนดีกว่า
ในคอลัมน์คุยกะประภาสนี้ มีอาทิตย์นึง คนทางบ้านเค้าถามมาว่า เพลง Live and Learn ของบอยโกสิยพงษ์นั้น
ท่อนที่ร้องว่า "อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"
บอยโกสิ ตั้งใจจะสื่อว่า ให้เรายอมแพ้ อย่าไปต่อสู้เพื่อฝันใช่หรือไม่ หรือต้องฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงกันแน่
ท่อนที่ร้องว่า "อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"
บอยโกสิ ตั้งใจจะสื่อว่า ให้เรายอมแพ้ อย่าไปต่อสู้เพื่อฝันใช่หรือไม่ หรือต้องฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงกันแน่
จริง ๆ แล้ว ผมเองตอนฟังเพลงนี้ครั้งแรก ยังไม่ได้อินไปกับความไพเราะของบทเพลง เลยได้คิดตามเนื้อเต็ม ๆ
แล้วก้อมีคำถามประมาณนี้เด๊ะเลยเกิดขึ้นมาในใจ แต่ก็พยายามหาเหตุผล 108 มาให้ แล้วก้อจบไป ไม่ได้คิดอะไรต่อ
จนมาอ่านเจอที่คุณประภาสเค้าตอบคำถามคนทางบ้านเรื่องนี้แหล่ะ ถึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เค้าพูดได้ดีมากเลย เค้าบอกว่า
แล้วก้อมีคำถามประมาณนี้เด๊ะเลยเกิดขึ้นมาในใจ แต่ก็พยายามหาเหตุผล 108 มาให้ แล้วก้อจบไป ไม่ได้คิดอะไรต่อ
จนมาอ่านเจอที่คุณประภาสเค้าตอบคำถามคนทางบ้านเรื่องนี้แหล่ะ ถึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เค้าพูดได้ดีมากเลย เค้าบอกว่า
ปัญหาเป็นของคู่กับชีวิต มันถูกผูกติดกันมาตั้งแต่เกิด
แต่เค้ามองปัญหาออกเป็นสองแบบคือ ปัญหาที่อยู่ในมือเรา กับปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่น
แต่เค้ามองปัญหาออกเป็นสองแบบคือ ปัญหาที่อยู่ในมือเรา กับปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่น
ปัญหาที่อยู่ในมือเรา นั่นหมายถึง เราสามารถควบคุมปัญหานั้นได้ด้วยตัวเราเอง แต่เราจะควบคุมมันได้หรือคุมไหวไหม
อันนี้ก็อีกเรื่องนึง ยกตัวอย่างเช่น ความขี้เกียจ ถ้าความขี้เกียจคือปัญหา เราสามารถแก้เองได้ง่าย ๆ ด้วยความขยัน
อีกตัวอย่างก็เช่น ถ้าอยากได้รถซักคัน ถามว่าจะทำอย่างไร ง่าย ๆ ก็คือเอาเงินไปซื้อมา แต่ถ้าไม่มีเงินหล่ะ
ก็อาจจะไปขอหยิบขอยืมจากใครมา หรือค่อย ๆ เก็บเงินไป ทางแก้ปัญหาอาจจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิด แต่ถือว่ายังควบคุมได้อยู่
อันนี้ก็อีกเรื่องนึง ยกตัวอย่างเช่น ความขี้เกียจ ถ้าความขี้เกียจคือปัญหา เราสามารถแก้เองได้ง่าย ๆ ด้วยความขยัน
อีกตัวอย่างก็เช่น ถ้าอยากได้รถซักคัน ถามว่าจะทำอย่างไร ง่าย ๆ ก็คือเอาเงินไปซื้อมา แต่ถ้าไม่มีเงินหล่ะ
ก็อาจจะไปขอหยิบขอยืมจากใครมา หรือค่อย ๆ เก็บเงินไป ทางแก้ปัญหาอาจจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิด แต่ถือว่ายังควบคุมได้อยู่
ส่วนปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่น คนอื่นในที่นี้หมายถึงคนอื่นทั่ว ๆ ไป ไล่ไปจนถึงพระเจ้าเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น
การเสียชีวิตของพ่อ ทำให้ลูกขาดความอบอุ่นในชีวิตไป กรณีนี้ ต่อให้ลูกเพียรพยายามต่อสู้ดิ้นรนเท่าไหร่
ชีวิตของพ่อ ก้อไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้แน่นอน
การเสียชีวิตของพ่อ ทำให้ลูกขาดความอบอุ่นในชีวิตไป กรณีนี้ ต่อให้ลูกเพียรพยายามต่อสู้ดิ้นรนเท่าไหร่
ชีวิตของพ่อ ก้อไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้แน่นอน
-----------------------
ตัวอย่างต่อมา นาย A ชอบนางสาว B กรณีแบบซับซ้อนแบบนี้แหล่ะ เป็นสิ่งที่พวกเราเจอกันบ่อยที่สุด เจอกันมากที่สุด
เพราะบางส่วนเราจะควบคุมได้ บางส่วนจะควบคุมไม่ได้
เพราะบางส่วนเราจะควบคุมได้ บางส่วนจะควบคุมไม่ได้
นาย A อาจจะซื้อดอกไม้ให้นางสาว B ได้ ไปรับไปส่งได้ นี่คือสิ่งที่นาย A ควบคุมได้
แต่นางสาว B จะชอบนาย A หรือเปล่านี่เป็นอีกเรื่องนึง เป็นสิ่งที่นาย A ควบคุมไม่ได้
แต่นางสาว B จะชอบนาย A หรือเปล่านี่เป็นอีกเรื่องนึง เป็นสิ่งที่นาย A ควบคุมไม่ได้
ฉะนั้น เราจึงไม่ควรจะไปทุกข์กับอะไรที่เราควบคุมไม่ได้
เพราะถึงอย่างไรซะ ต่อให้เราทุกข์กายทุกข์ใจแค่ไหน เราก็ควบคุมมันไม่ได้อยู่ดี
เพราะถึงอย่างไรซะ ต่อให้เราทุกข์กายทุกข์ใจแค่ไหน เราก็ควบคุมมันไม่ได้อยู่ดี
ตอนที่เราจะเอนทรานซ์นั้น เราเพิ่มความขยันของเราได้ แต่เราไปห้ามคนอื่นไม่ให้อ่านหนังสือไม่ได้ เราไปควบคุมเกณฑ์การตัดสินไม่ได้ฉะนั้น ทุกข์ของคนที่กำลังจะสอบเอนทรานซ์ ก็ควรจะเหลือแค่ "เราจะทำข้อสอบได้ไหม" มากกว่า "เราจะเอนท์ติดไหม"
เพลงของคุณบอยโกสินั้นคงแต่งมา เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับคนที่กำลังเผชิญปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่นเป็นแน่แท้
-----------------------
ผมอ่านเสร็จแล้วบรรลุธรรมขั้น 7.5 เลย อื้มม จริงของประภาสแฮะ
แล้ววันเนี้ย คุณ ๆ ทั้งหลายยังจะมัวทุกข์อยู่กับปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่นอยู่ทำไม เอ้าลุกขึ้นมากินเหล้ากันได้แล้ว 55555
แล้ววันเนี้ย คุณ ๆ ทั้งหลายยังจะมัวทุกข์อยู่กับปัญหาที่อยู่ในมือคนอื่นอยู่ทำไม เอ้าลุกขึ้นมากินเหล้ากันได้แล้ว 55555
สุดท้ายขอแปะเนื้อเพลงที่ถูกกล่าวถึงไว้ด้วยเลยแล้วกันครับ
-----------------------
Artist : บอย โกสิยพงษ์
Title : Live and learn
Album : Millions Ways to Love Part 1
Title : Live and learn
Album : Millions Ways to Love Part 1
เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ ความสุขความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน * เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน ** อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว (ซ้ำ * , **) (ซ้ำ ** , **) อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด